พระสูตรเรื่องนี้ พระพุทธเจ้าทรงตรัสเทศนาที่ วัดเวฬุวนาราม ใกล้กรุงราชคฤห์ กล่าวถึงกษัตริย์พระองค์หนึ่งทรงพระนาม ชมพูบดี เสวยราชย์ในเมืองปัญจาลราษฐ์ เมื่อพระเจ้าชมพูบดีปฏิสนธิในครรภ์พระมารดา ได้เกิดเสาทองสูง ๑๘ ศอก ในพระนคร (แสดง บุญบารมีของผู้มาเกิด ซึ่งเคยเป็นพญานาคผู้ทรงอิทธิฤทธิ์ ในเมืองบาดาล เป็นใหญ่ในสกลทวีปและนาคพิภพ มีวิชาใช้ลูกศรเป็นราชทูตไปหาท้าวพระยาทั้งปวง ในชมพูทวีปให้มาเฝ้าพระองค์ได้ ชนิดรบแบบไม่ต้องรบ)
เมื่อ พระเจ้าชมพูบดีประสูติ ขุมทองในแผ่นดินก็ผุดขึ้นมา ขุมทองอันอยู่ปลายไม้ ก็ตกลงมาสู่พื้นแผ่นดิน ขุมทองในน้ำก็ผุดขึ้นมาจากน้ำไปสู่ท่าเมือง และฉลองพระบาทอันแล้วด้วยแก้วมณีโชติ ก็ลอยมาจากภูเขาวิบูลยบรรพตเข้ามาสวม พระบาทพระเจ้าชมพูบดีในขณะเมื่อประสูติจากครรภ์พระมารดา (แก้วมณีโชติ ของพญานาคมีอิทธิฤทธิ์หลายประการ ตามความปรารถนาของจิตของเจ้าของที่จะสั่งการ รวมทั้งใช้บรรเทาเบาบางกิเลสเบื้องต้น ในการปฏิบัติธรรมได้ด้วย เนื่องจากพญานาคที่บำเพ็ญภาวนาในเมืองบาดาลนั้น มีส่วนหนึ่งที่มีศรัทธาต่อพระพุทธศาสนาโดยฉเพาะหัวหน้าทั้งหลาย วัตถุธาตุทุกชนิดจะมีพลังมโนธาตุอยู่ในนิวเครียสเสมอ และยังมีธาตุว่างอยู่ในนิวเครียสนั้นอีกด้วย จิตของผู้ที่ฝึกไว้ดีแล้วจึงใส่โปรเกรมต่างๆลงไปในวัตถุต่างๆเหล่านั้น รอการมอนนิเตอร์จากจิตของผู้สั่งการได้ตลอดเวลา ไม่ใช่เรื่องที่อัศจรรย์แต่อย่างไร)
อยู่ มาวันหนึ่ง พระเจ้าชมพูบดีทรงสวมฉลองพระบาทแก้วมณีโชติ แล้วเหาะไปถึงปราสาทของพระเจ้าพิมพิสาร ทรงดำริว่าใครเป็นเจ้าของปราสาทนี้ แล้วก็ทรงพระพิโรธยกพระบาทถีบยอดปราสาทของพระเจ้าพิมพิสาร ด้วยอำนาจที่พระเจ้าพิมพิสารเป็นพุทธอุบาสก คุณนั้นก็คุ้มครองยอดปราสาทนั้นไว้ พระบาทและพระชาณุของพระเจ้าชมพูบดีกลับแตกโลหิตไหล
ครั้นพระ เจ้าชมพูบดีทรงเอาพระแสงขรรค์ ฟันยอดปราสาท ด้วยอานุภาพแห่งพระพุทธเจ้า เทวดาก็บันดาลให้พระขรรค์นั้นบิ่นไปอีก พระเจ้าชมพูบดีจึงเดินทางกลับมาถึงเมือง แล้วใช้ให้วิษศรเหาะไปร้อยพระกรรณพระเจ้าพิมพิสาร พระเจ้าพิมพิสารตกพระทัยเสียงวิษศรที่ดังมาในเวหา ทรงหนีไปสู่เวฬุวนาราม พระพุทธเจ้าจึงทรงใช้จักรไปทำลายวิษศร วิษศรสู้พุทธจักรไม่ได้ก็หนีไปถึงปราสาทพระเจ้าชมพูบดี พุทธจักรจึงกลับไป
พระพุทธเจ้าทรงเล็งเห็นว่า พระเจ้าชมพูมีวาสนามีปัญญา จึงมีพระพุทธฎีกาตรัสเรียกพระอินทร์ให้เป็นราชทูตไปหาตัวพระเจ้าชมพูบดีมา เฝ้า พระอินทร์ก็ได้รับการต่อต้านอย่างหนัก แต่พระเจ้าชมภูไม่สามารถต่อกรพระอินทร์ได้ จึงยอมมาเข้าเฝ้าพระพุทธองค์ในวันรุ่งขึ้นซึ่งพระพุทธเจ้าก็ทรงเตรียมการ ทรงเนรมิตพระองค์เป็นพระเจ้าราชาธิราชประทับอยู่เหนือบัลลังก์ในปราสาท มีท้าวมหาพรหมยืนถือเศวตฉัตร พระราหุลเป็นขุนคลัง พระสาวกเป็นพระยาประเทศราช
และ จึงโปรดให้มาฆสามเณรไปย่นระยะทางและพา พระเจ้าชมพูบดีเข้ามา เมื่อใกล้จะถึงพระนคร มาฆสามเณรบังคับให้พระเจ้าชมพูบดีลงจากหลังช้าง พระเจ้าชมพูบดีไม่ยอม มาฆสามเณรจึงเนรมิตกายใหญ่โตเข้าไสช้างจนล้มไปในที่นั้น พระเจ้าชมพูบดีจึงต้องเสด็จด้วยพระบาทเข้าไปยังพระนคร (พระ พุทธองค์ทรงทราบทิฐิมานะการยึดตัวตนของพระยาชมภูเป็นอย่างดี จึงต้องทรมานเป็นขั้นๆในการลดทิฐิและความเชื่อมั่นในตนเองจนเกินพอดี ให้ลงมาในระดับที่จะรับฟังคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ได้ และเกิดความเข้าใจ เกิดศรัทธา โดยพระยาชมภูไม่สามารถใช้ศักยภาพด้านใดๆที่จะมาเปรียบเทียบต่อกรกับสิ่งพระ พุทธองค์ทรงเนรมิตขึ้นชั่วคราว ให้พระยาชมภูได้ตระหนักในระหว่างที่เดินเท้าเข้ามาในวังเ พื่อมาเฝ้าพระพุทธองค์ ด้วยความจำยอมต่ออำนาจอิทธิฤทธิ์ของพระอินทร์)
ขนาดนั้นพระ เจ้าราชาธิราชแสดงฤทธิ์ต่อสู้ กับพระเจ้าชมพูบดี พระเจ้าชมพูบดีสู้ฤทธิ์ไม่ได้จึงยอมแพ้ แล้วพระเจ้าราชาธิราชจึงกลับแสดงพระองค์เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสเทศนาจนพระเจ้าชมพูบดีเลื่อมใสออกผนวชและสำเร็จพระอรหันตผลในที่สุด บรรดาข้าราชบริพารของพระเจ้าชมพูบดีจึงกลับไปถึงเมืองปัญจาลราษฐ์ นำเนื้อความไปทูลพระนางกาญจนเทวี พระอัครมเหสีของพระเจ้าชมพูบดี และเจ้าศิริคุตรราชกุมารฟัง
พระนางกาญจนเทวีและเจ้าศิริคุตรราชกุมารจึงเดินทางมายังวัดเวฬุวนาราม ขอพบกับพระชมพูบดีเถระ พระพุทธเจ้าให้นางพิจารณาดู ก็เห็นเป็นพระชมพูบดีเถรทั้งสิ้น ไม่รู้ว่ารูปใดคือชมพูบดี พระพุทธเจ้าจึงให้นางกาญจนเทวีเรียกจึงได้รู้ว่าเป็นองค์ใด นางกาญจนเทวีได้เข้านมัสการพระชมพูบดีเถระแล้ว พระนางจึงขอบวชในสำนักพระพิมพาเถรี ส่วนเจ้าศิริคุตรได้บรรพชาในสำนักพระชมพูบดีเถระ ก็สำเร็จพระอรหันตผลทั้งสิ้น
(พระ พุทธองค์ทรงออกแรงในคราวนั้น ก็เพื่อประโยชน์อันยิ่งใหญ่ ของคน 3 คน ที่ในที่สุดได้บรรลุอรหัตผลทุกคน ขออนุโมทนากับทั้ง 3 ท่าน การที่นางกาญจนเทวี ได้เห็นพระทุกรูปอยู่ในลักษณะเดียวกับอดีตพระสวามีทั้งหมดนั้น มันทำให้นางถึงสัจจธรรมว่าบัดนี้ไม่มีอดีตพระเจ้ามหาชมภูอยู่อีกต่อไป ลบภาพเก่าๆที่เคยยิ่งใหญ่ทางโลกออกไปด้วยตาของตนเอง ต่อสิ่งที่นางประจักษ์อยู่ตรงหน้า เห็นแต่ความสุภาพเรียบร้อย ขององค์อรหันตร์ของอดีตสวามีผู้ยิ่งยงเท่านั้น นางจึงบังเกิดศรัทธาประสาทะอย่างยิ่ง ขอบวชเป็นภิกษุณี และลูกชายซึ่งยังไม่ครบอายุ 20 ปี จึงได้บวชเป็นสามเณรไปก่อน ในที่สุดทุกๆท่านก็ถึงฟากฝั่งพระนิพพาน ด้วยกันหมดทุกท่าน อำนาจและอิทธิฤทธิทุกประการไม่อาจนำดวงจิตของทุกคนไปสู่มรรคผลนิพพานได้ มีแต่ถ้าเผลอใช้อยู่ตามที่ใจสั่งการ ก็จะพาตนเองถึงซึ่งความฉิบหายได้สักวันหนึ่ง เป้นโชควาสนาของพระยาชมภู ที่ยังได้พระมหาเมตตาของพระพุทธองค์มาให้การสงเคราะห์ได้ทันเวลา
ปัจจุบัน พลโลกของหลายๆประเทศกำลังหลงอยู่ในความเป็นมหาอำนาจ และอาวุธที่ทันสมัยของตน ที่กำลังจะทำลายชีวิตมนุษย์และสิ่งแวดล้อมของโลกอย่างมากมาย ที่มนุษย์เองทำขึ้นแต่ตนเองก็แก้ไขไม่ได้ เร่งวันเวลาให้ธรรมชาติต้องปฏิรูปตนเองครั้งใหญ่ ที่เรียกว่าการร่อนตะแกรงครั้งสุดท้ายของธรรมชาติ ปรับสมดุลทุกๆอย่างให้แก่โลกเสียใหม่ รวมทั้งโล๊ะทิ้งชีวิตของสรรพสัตวว์ และมนุษย์หรือคนที่ไม่มีนิจศีลก็ตาม ไม่ให้ข้ามแดนไปสู่ยุคชาวศิวิไลซ์ได้
ซึ่งพระพุทธองค์ทราบเหตุการณ์ล่วงหน้ามาโดยตลอด ตั้งแต่เพิ่งตรัสรู้ใหม่ๆ จึงเสด็จมายังดินแดนสุวรรณภูมิ เมื่อ 2583 ปีที่แล้ว เพื่อเริ่มสถาปนาวัตถุตัวแทนของพระพุทธองค์เอาไว้ล่วงหน้า พร้อมกับรายงานบันทึกในพระคัมภีร์โบราณอย่างละเอียดเอาไว้เป็นหลักฐาน ประกอบในการมาอุบัติครั้งใหม่ เมื่อ พ.ศ. 2550 โดยทรงใช้พระสรีระธาตุต่างๆเป็นตัวแทนของพระพุทธองค์ และทรงให้พระอริยสาวก เช่นหลวงปู่ใหญ่มหาโมคคัลลานะ หลวงปู่สิวลี เป็นต้นมาเป็นกำลังสำคัญ ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาช่วยบรรดาลูกหลานในยุคใหม่ต่อไป จนพระศาสนามีอายุครบ 5,000 ปีตามที่พระพุทธองค์ได้ทรงตรัสเอาไว้กับพระอานนท์ ในช่วงที่ทรงเสด็จมายังดินแดนลาว และภาคอิสานในปัจจุบันหลายแห่ง ศึกษาเอกสารและไปเยือนสถานที่สำคัญต่างๆที่พระพุทธองค์ ทรงให้ไว้กราบไหว้บูชามาเท่าทุกวันนี้
สิ่ง ที่พระพุทธองค์ได้ทรงสถาปันนาเอาไว้ในที่ต่างๆ เป็นด้านกายภาพ ที่จะนำไปถึงภาคพลังงานในทุกๆที่ ที่ได้ทรงอธิษฐานใส่พลังงานบุญบารมีของพระพุทธองค์เอาไว้ ในบางแห่งจะร่วมกับพลังงานของพระพุทธเจ้าในภัทรกัปปนี้อีก 3 พระองค์ที่มาตรัสรู้ล่วงหน้าอีกด้วยเช่นที่ พระธาตุเชิงชุม จังหวัดสกลนคร และพระธาตุพนม ที่อีก 3 พระพุทธองค์ได้เคยให้นำเอาพระอุรังธาตุมาประดิษฐานก่อนหน้านั้น
พลังงาน ต่างๆอย่างครบถ้วนทั้งทางโลกและทางธรรมที่ทรงบรรจุเอาไว้ในสถานที่สำคัญ ต่างๆ หากลูกหลานภายหลังเข้าใจปริศนาธรรม และสามารถต่อเชื่อมเข้าสู่เซิร์บเวอร์ของตนเองได้ก็จะเปลี่ยนตนเองได้ในฉับ พลัน และสามารถใช้จิตของตนสั่งการให้ตนเองบรรลุความสำเร็จตามที่ปรารถนาต่อไปอย่างสะดวกรวดเร็ว)
back up data: http://tamroiphrabuddhabat.com/xmb/viewthread.php?tid=588

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น